แจกฟรีบิทคอยน์ทุกๆ 10 นาที

แจกฟรีบิทคอยน์ทุกๆ 10 นาที
เว็บแจกฟรีบิทคอยน์ Free Bitcoin เว็บแจกบิทคอยน์ 1000 - 5000 Satoshi ทุกๆ 10 นาที

วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2552

การ์ตูนขำๆ 6

การ์ตูนขำๆ

วันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2552

การ์ตูนขำๆ 5

การ์ตูนขำๆ

วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2552

การ์ตูนขำๆ 4

การ์ตูนขำๆ

วันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2552

การ์ตูนขำๆ 3

การ์ตูนขำๆ


วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2552

การ์ตูนขำๆ 2

การ์ตูนขำๆ

วันพุธที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2552

การ์ตูนขำๆ 1

การ์ตูนขำๆ

แผนซ้อนแผน

วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2552

แกะดำ

หมอสอนศาสนาผิวขาวคนหนึ่งเข้าไปในใจกลางป่าลึกของทวีปแอฟริกาโดยไปอาศัยใช้ชีวิตอยู่กับคนป่า
หมอสอนศาสนาคนนี้ใช้ชีวิตกับคนเผ่านี้เป็นเวลานานหลายปี สอนให้คนป่าพวกนี้รู้จักอ่าน เขียน
และปฎิบัติตัวในวิถีทางที่ดีของคนขาวผู้เคร่งศาสนา

สิ่งหนึ่งที่เขาเน้นย้ำมากคือความผิดบาปในเรื่องของการประพฤติผิดในกาม ทั้งเรื่องการเป็นชู้ กับการผิดประเวณี วันหนึ่ง
ภรรยาของคนป่าในหมู่บ้านคลอดเด็กชายผิวขาวออกมาคนหนึ่ง คนทั้งหมู่บ้านตกตะลึง
และชาวเผ่าตกลงใจส่งหัวหน้าเผ่าเข้าไปคุยกับหมอสอนศาสนาให้รู้เรื่อง

"ท่านสอนเราให้รู้ถึงความผิดบาปของการประพฤติผิดทางเพศ แต่ตอนนี้
ผู้หญิงผิวดำของพวกเรากลับคลอดลูกออกมาเป็นเด็กผิวขาว ทั้งหมู่บ้าน มีคนผิวขาวเพียงท่านคนเดียว
ไม่ต้องฉลาดนักก็สามารถเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น!"

หมอสอนศาสนาตอบ:

"ไม่ใช่ ไม่ใช่ ท่านกำลังเข้าใจผิด สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ ที่เรียกกันว่า คนเผือก
ไม่เชื่อท่านลองมองดูในทุ่งหญ้าซึ่งท่านเลี้ยงแกะของท่านไว้สิ ท่านจะเห็นแกะสีขาว ในพวกมัน ท่านเห็นไหม
มีแกะสีดำอยู่หนึ่งตัว ธรรมชาติทำให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น"

หัวหน้าเผ่าอึ้งไป แล้วมองหน้าหมอสอนศาสนาแบบไว้เชิง แล้วกล่าวว่า

"เอาอย่างนี้แล้วกัน ท่านไม่ต้องพูดเรื่องแกะสีดำตัวนั้นอีก แล้วข้าจะไม่พูดถึงเรื่องเด็กขาวนั้นอีก
ตกลงไหม"

วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2552

วงกลม 2 วง

เด็กชายวัยรุ่นสองคนถูกจับในข้อหากระทำความผิดจากการเสพยาเสพติด และตัดสินให้รับโทษ

แต่ศาลให้ความปราณีโดยเข้าสถานบำบัดและออกมาทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์โดยชักจูงให้คนเลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดให้มากที่สุด โดยศาลให้เวลาเด็กชายคนละ 7 วันในการชักจูง

หลังจาก 7 วันผ่านไปเด็กชายทั้งสองก็มารายงานต่อหน้าท่านผู้พิพากษา
เด็กชายคนที่ 1: ' ผมชักจูงให้คนเลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดได้ 50 คนฮับ'
ท่านผู้พิพากษา : 'เก่งมาก เธอทำได้ยังไง ?'
เด็กชายคนที่ 1: ' ผมวาดวงกลมวงใหญ่หนึ่งวงและอธิบายว่า นี้คือขนาดสมองก่อนที่เสพยา และวาดวงกลมวงเล็กแล้วอธิบายว่า นี้คือขนาดสมองหลังเสพยา '
ท่านผู้พิพากษา : 'เธอฉลาดมาก แล้วเธอล่ะ ' ท่านผู้พิพากษาหันไปถามเด็กชายคนที่ 2

เด็กชายคนที่ 2 : ' ผมชักจูงให้คนเลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดได้ 500 คนฮับ '
ท่านผู้พิพากษา : ' เธอทำได้ยังไง' ท่านผู้พิพากษาแทบไม่เชื่อหูตัวเอง

เด็กชายคนที่ 2 : ' ผมทำคล้ายๆเพื่อนผมน่ะครับ'
เด็กชายคนที่ 2 : ' แต่ผมวาดวงกลมวงเล็กก่อนแล้วอธิบายว่า นี่คือรูตูดของคุณก่อนที่คุณจะถูกจับข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติด จากนั้นผมก็วาดวงกลมวงใหญ่แล้วอธิบายว่า นี้คือรูตูดของคุณหลังจากที่คุณออกจากคุก '

วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2552

จาก Fwd ใน board pantip

ก่อนอื่นดิฉันขอสาบานว่าสิ่งที่ดิฉันพูดเป็นความจริงค่ะ
ดิฉันอายุ 25 ปีค่ะ ความสูง 170 ซม. น้ำหนัก 50 กิโล
ส่วนสัด 34-24-36 ผมยาว หน้าตาจัดว่าสวยมาก เซ็กซี่
มีรสนิยม ดิฉันอยากจะแต่งงานกับผู้ชายรายได้สัก
สองแสนบาทอัพต่อเดือนสักคน คุณอย่าเพิ่งมองฉันโลภนะคะ
รายได้ประมาณสองแสนเนี้ยแค่ชนชั้นระดับกลางๆในห้องสินธร
หรือวงการตลาดหุ้นเอง ฉันไม่ได้เรียกร้องมากไปใช่ไหมคะ
มีใครในพันทิพ ห้องสินธร นี้ที่รายได้เกินสองแสนบ้างคะ
พวกคุณแต่งงานไปกันหมดหรือยัง กรุณาช่วยตอบดิฉันทีค่ะ
คือดิฉันอยากแต่งงานกับคนรวยๆ อย่างพวกคุณ
พวกที่ดิฉันคบด้วยนี่มีแต่พวกธรรมดาๆรายได้อย่างมากไม่เกินสามหมื่นเอง
รายได้แค่นี้จะอุตริไปซื้อบ้านแถวสีลมเนี่ย
ยังได้แค่มองเลยใช่ไหมคะ ดิฉันมีคำถามดังนี้ค่ะ กรุณาช่วยตอบด้วยนะคะ
1. หลังจากตลาดหุ้นปิด พวกคุณมักไปต่อที่ไหนกันคะ ( ชื่อร้าน , ผับ , fitness, ฯลฯ)
2. ถ้าจะแอบมองสาว คุณจะมองสาววัยไหนคะ
3. ทำไมคนที่แต่งงานกับคนรวยๆถึงมีแต่พวกอาซิ่มเฉิ่มๆ รสนิยมห่วยๆล่ะคะ
4. คุณใช้อะไรเป็นเกณฑ์ในการเลือกคนที่คุณจะแต่งงานด้วยคะ'
------------------------
หลังจากนั้นไม่เกิน 30 นาที ก็มีเมล จากชายหนุ่มคนนึงส่งมาถึงเจ้าหล่อนว่า :

ถึงคุณสุดสวยครับ...
หัวข้อกระทู้ของคุณน่าสนใจมากครับ และคงมีผู้หญิงหลายคนมีคำถามเดียวกันกับคุณ ขออนุญาตตอบคำถามในมุมมองของคนเล่นหุ้นแบบผมนะคับ
รายได้ของผมจากการเป็นนักวิเคราะห์หลักทรัพย์และลงทุนในตลาดหุ้นมากว่า 10 ปี อยู่ที่ประมาณห้าแสนบาท ต่อเดือนขาดเหลือนิดหน่อย ซึ่งก็น่าจะผ่านเกณฑ์ของคุณ ดังนั้นผมเชื่อว่าคำตอบของผม น่าจะไม่ทำให้คุณเสียเวลาอ่านนะครับ
จากมุมมองของผมซึ่งเป็นนักธุรกิจ การที่แต่งงานโดยเลือกเฉพาะที่ความสวยเพียงอย่างเดียวนั้น ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลา ด คำตอบนั้นง่ายมาก อธิบายตามตรง จากข้อมูลที่คุณให้มา คุณพยายามจะเน้นจุดแข็งของสินค้าคือ 'ความสวย' เพื่อแลกกับ 'เงิน'
เมื่อคุณมีความสวย และผมมีเงิน แน่นอนว่ามัน Fair และน่าจะเป็นไปได้กับโอกาสทางธุรกิจที่คุณเสนอแต่ก็ติดปัญหาที่ว่าความสวยของคุณนั้นจืดจางลงทุกวัน ในขณะที่เงินของผมไม่ได้ไปไหน ถ้าไม่มีปัญหาอะไร หรือในอีกนัยหนึ่ง รายได้ของผมมีแต่จะเพิ่มทุกปีและเงินของผมก็สามารถนำไปให้ก่อให้เกิดผลตอบแทนงอกเงยขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ในขณะที่คุณไม่ได้สวยขึ้นเมื่อข้ามปี และมีแนวโน้มที่จะลดลงๆ ในแต่ละปีที่ผ่านไปเช่นกัน
ในมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ คุณคือสินทรัพย์ที่เสื่อมค่า ไม่ได้เสื่อมธรรมดานะ เสื่อมแบบอัตราก้าวหน้า ดังนั้นถ้าความสวยคือสิ่งเดียวที่คุณมี ก็จงคิดต่อว่า 10 ปีข้างหน้าจะทำอย่างไร
นิยามที่เราใช้กันในตลาดหุ้น คือ ทุกๆ การ Trade มี Position การคบกับคุณก็ถือเป็น Position แต่ถ้า Value ของมันลดลง เราจะขายมันทิ้ง ไม่ใช่ความคิดที่ดีที่จะดันทุรังเก็บมันไว้ ซึ่งหมายถึงการแต่งงานที่คุณต้องการ อาจจะแทงใจดำถ้าผมต้องบอกคุณตรงๆอย่างจริงใจว่า ถ้า Value ของ Asset ลดลงเรื่อยๆ ถ้าเราไม่ขายทิ้ง เราจะ ใช้วิธีการ 'ให้เช่าซื้อ' แทน
แน่นอนว่าคนที่มีรายได้เกินสองแสนบาทต่อเดือนฉลาดพอ พวกเขาแค่คบคุณ แต่จะไม่แต่งงานกับคุณ
ดังนั้นจึงขอแนะนำคุณอย่างหวังดีว่าคุณควรที่จะหยุดที่จะหาวิธีที่จะได้แต่งงานกับคนรวย และคุณควรที่จะทำให้ตัวเองเป็นคนที่มีรายได้เกินสองแสนบาทแทนซะเอง ซึ่งในทางเทคนิคแล้วน่าจะมีโอกาสมากกว่าการหาคนรวยแต่โง่คนนึง (รวยธรรมดาอย่างเดียวไม่พอ ต้องโง่พร้อมด้วย) หวังว่าคำตอบนี้จะช่วยคุณได้บ้าง อย่างไรก็ตามถ้าหากคุณสนใจ option ในบริการ ! 'เช่าซื้อ' กรุณาติดต่อผม..... เพื่อทำ Bid offer ในโอกาสต่อไป

วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2552

คนไทยฉลาดกว่าคนฝรั่งเยอะ

มีคนไทยอยู่ 1 คน พึ่งเรียนจบมาใหม่ๆ

ได้ทำงานในบริษัทซึ่งเป็นของต่างชาติ
ในทุกวันเขาก็ทำงาน เหมือนเดิมทุกวัน แต่....

อยู่มาวันหนึ่ง เขาได้เข้าห้องน้ำในบริษัทแล้วไปเจอ
คนฝรั่ง2 คน อยู่ในห้องน้ำ ซึ่งกำลังล้างมือ หลังจาก
ฉี่เสร็จ และพอฝรั่ง 2 คนนั้นเห็นคนไทย ทั้ง2คน
จึงคุยข่มคนไทย ว่า....

ฝรั่งคนที่ 1 "นายเรียนจบที่ไหนว่ะ"
ฝรั่งคนที่ 2 "เราเรียนจบที่ OXFORD "
(ทันใดนั้น ฝรั่งคนที่ 2 ก็ควักน้ำล้างมือมาถึงข้อศอก)

ฝรั่งคนที่ 1 เห็นก็งงแล้วถามว่า "ทำไมต้องล้างมือถึงข้อศอกด้วย"

ฝรั่งคนที่ 2 ตอบว่า " ที่อังกฤษเขาสอน ให้ล้างอย่างนี้
เพราะ ตอนฉี่ ฉี่อาจกระเด็นมาถึงแขนก็ได้ ต้องระวังไว้ก่อน"

(ทันใดนั้น ฝรั่งคนที่1 ก็ควักน้ำมาล้างมือ
เฉพาะ ที่มือ แล้วหาไม้มา แคะขี้เล็บออก)

ฝรั่งคนที่ 2 เห็นก็ถามว่า " นายจบจากที่ไหน"
ฝรั่งคนที่ 1 ตอบว่า "เราจบจาก STAMFORD
ที่นั่นเขาสอนให้ล้างมือเฉพาะที่สกปรก
แล้วก็ แคะขี้เล็บออก เพื่อป้องกันเชื้อโรค"

ฝรั่ง 2 คนเห็นคนไทยฉี่อยู่
พอคนไทยฉี่เสร็จ ก็เดินออกจาก ห้องน้ำเลย
ฝรั่งทั้ง 2 คนเห็นก็ตกใจว่าทำไมไม่ล้างมือ
เลยวิ่งไปถามคนไทย ว่า "นายจบจากไหน
ทำไมถึงไม่ล้างมือ"

คนไทยตอบว่า
"จบราม รามไม่สอนให้ฉี่รดมือตัวเอง"

วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เมื่อผู้จัดการอยากมี sex กับเลขาสาวสวย !!

ผู้จัดการอยากมี Sex กับเลขาสาว

เลยบอกตรงๆว่า

“ผมขอมีอะไรด้วยได้ไหม ผมจะวางเงินไว้ให้หนึ่งพัน

เธอก้มลงเก็บตังค์ พอยืนขึ้นเมื่อไหร่ ผมก็จะหยุด ok มั๊ย”

เลขาตอบ “เอ่อๆๆ หนูขอถามแฟนก่อน น๊ะค๊ะ”

แล้วเลขาก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้แฟนฟัง “แค่ก้มเก็บตั้งค์แล้วยืนขึ้นก็พอเหรอ …

สักสองพันดีมั๊ย … ใช้เวลาแค่ก้มลงเก็บเอง

อีก 2 นาทีโทรกลับมาน๊ะ ก้มเก็บตังค์แป๊บเดียวเอง”

10 นาทีผ่านไป ฝ่ายชายก็โทรกลับมา “ทำไมไม่โทรกลับ นานแล้วเนี่ยะ”

“โอ๊วๆ อู๊ว ยางงงงง ไม่เสร็จค่ะพี่ โอ๊วๆๆๆๆ”

“ไรว๊ะก้มลงเก็บตังค์ แค่นี้เอง”

“โอ๊ววว โย๊ๆๆๆ อ๊าๆๆๆ …. หนูไม่รู้ว่ามันเป็นเหรีญบาทค่ะพี่ อ๊ากๆๆๆ โอ๊วววว”

วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ยังบริสุทธิ์

แดงพาแฟนมานอนที่บ้าน

ด้วยความที่ไม่ประสาในเรื่องนี้

จึงโทรปรึกษากับพี่ขาว ผู้ช้ำชอง

แดง: ฮัลโล พี่ขาว ผมพาแฟนมานอนที่บ้าน

แต่ผมทำไม่เป็นน่ะ ผมไม่รู้ว่าต้องเริ่มยังไง

พี่ขาว: เองนี้ไร้เดียงสาจิงๆให้ตาย เอาง่ายๆแกนอนข้างบน

แล้วให้แฟนนอนข้างล่าง แค่นี้ก็เรียบร้อย

จากนั้นแดงก็นอนบนเตียงแล้วปูเสื่อให้แฟนมานนอนที่พื้นข้างเตียง

เวลาผ่านไปนานไม่มีอะไรเกิดขึ้น จึงออกจากห้องมาเข้าห้องน้ำ

แฟนแดงปิดประตูล๊อกห้องด้วยความเซ็ง เจ้าแดงจึงเข้าห้องไม่ได้

จึงโทรปรึกษาพี่ขาวอีก

แดง: ฮัลโลพี่ขาว ผมเข้าไม่ได้อ่ะพี่ทำไงดี

พี่ขาว: เอง ค่อยๆเอาหัวดันเข้าไปซิ ไอ่เซ่อ

เจ้าแดงก็เอาหัวดันประตูอยู่นาน แต่ก็เข้าไม่ได้

แดง: ฮัลโลพี่ขาว พยายามดันแล้ว เข้าไม่ได้อยู่ดีอ่ะพี่

พี่ขาว: ถ้างั้นเองค่อยๆกระแทก กระแทกเข้าไป

แดงเอาหัวกระแทกประตูโป๊กๆ หัวแตก!

แดง: ฮัลโลพี่ขาว เลือดออกแล้ว

พี่ขาว: เฮ้ยแดง แดง ดีใจด้วยโว๊ย แฟนเองยังบริสุทธิ์เว้ย


วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ไม่ได้ขาย

มีสามีภรรยาคู่หนึ่งเข้าไปที่ร้านขายของเล่น

ที่ใหญ่ที่สุดของเมือง ทั้งคู่มองดูของเล่น

หลากสีสันมากมายวางเรียงอยู่ในตู้และบนชั้น

บางอย่างแขวนไว้อย่างน่าดู

มีทั้งตุ๊กตาร้องไห้ ตุ๊กตาหัวเราะ ของเล่นใส่ถ่าน

ชุดเครื่องครัวขนาดจิ๋วที่สามารถทำขนมครกหรือกับข้าวได้

ทั้งสองคนตัวสินใจไม่ได้สักทีจนพนักงานขายสาวสวยเดินเข้ามาใกล้

"มีอะไรให้ช่วยมั้ยคะ?"

"เรามีลูกสาวเล็กๆคนหนึ่ง กลางวันเราไม่ค่อยอยู่บ้าน

และหลายครั้งตอนค่ำเราก็ไม่อยู่บ้าน"ฝ่ายภรรยาอธิบาย

"ลูกสาวของเราไม่ค่อยยิ้มเลย"ฝ่ายสามีเสริม

"เราอยากได้ของเล่นที่ทำให้ลูกมีความสุข

แม้ว่าเราจะไม่อยู่บ้านและต้องเป็นของเล่น

ที่ทำให้ลูกมีความสุขตลอดเวลาที่ลูกต้องอยู่คนเดียวด้วย"

พนักงานตอบด้วยด้วยรอยยิ้มว่า

"เสียใจด้วยค่ะ ที่นี่เราไม่มีคุณพ่อคุณแม่ขายนะคะ"

"..........................."


วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

50 ความจริงโฆษณาไทย

1. ถ้าโฆษณาไหนต้องใช้โน้ตบุ้กประกอบฉาก มันจะต้องเป็น Macbook เท่านั้น

2. คุณแม่ใจดีในโฆษณาผงซักฟอกไม่มีจริงในโลก เพราะแม่ตัวจริงเจอลูกทำเสื้อเลอะ
แบบที่เห็นในโฆษณา อีตัวลูกโดนตบนมแตกตายตั้งแต่ก่อนเข้าบ้านแล้ว

3. โฆษณาของหน่วยงานของรัฐฯ มักจะดูเสล่อๆ

4. ขนมในโฆษณาขนมกุ๊บกิ๊บทั้งหลาย มันจะตัดปากถุงซะเรียบแปล้
ทั้งๆที่ในโลกความจริง ไม่มีใครเขาเอากรรไกรตัดฝากถุงอย่างนั้นซักคน

5. จนป่านนี้แล้ว อียูโรคัสตาร์ดเค้ก มันก็ยังหน้าด้านโฆษณาว่าเค้กมันไส้ไหลล้นทะลัก
ทั้งๆที่ใครๆก็รู้ว่า เมนส์ปลวกยังเยอะกว่าไส้ขนมมันเลย --- สคบ. ช่วยจัดการด้วย

6. โฆษณาการบินไทย ใช้แอร์ดูสาวและสวยมาก แต่ของจริงบนเครื่องนั้นป้าที่สุด!

7. โฆษณาของ Dtac ไม่เคยใช้ดาราดังแสดง

8. หลายบริษัทเอาคนในบริษัทตัวเองนี่แหละ มาเล่นโฆษณาเองซะเลย ประหยัดดี!

9. บางทีเห็นโฆษณาเดียวกันฉายต่อติดๆกัน อันนั้นเขาตั้งใจจริงๆนะครับ

10. โฆษณาท่องเที่ยวไทยที่ป้าเบิร์ดเล่น เฟคมาก นั่นป้าวิ่งเล่นอยู่ในโลกความฝันหรือครับ?

11. เมืองไทยเคยมีโฆษณาแชมพู ที่นางเอกผมเงาจนสะท้อนหน้าคนบนเส้นผมมาแล้ว!

12. และเมืองไทยก็เคยมีโฆษณาจั๊กกะแร้ขาวถึงขั้นมีแสงพุ่งออกมาจากจั๊กกะแร้มาแล้ว!

13. มีสินค้าหลายตัวที่ดัง และขายดีมาก โดยไม่เคยออกโฆษณาทีวีแม้แต่ครั้งเดียว

14. ห้องครัวในโฆษณาผงปรุงรสต่างๆ ดูดีและสะอาดเกินกว่าห้องความในโลกความจริง

15. ครีมบำรุงผิวสมัยนี้ มีอิทธิฤทธิ์ถึงขั้นใช้แล้วผัวเปลี่ยนพฤติกรรมได้ มหัศจรรย์มั้ยล่ะ!

16. สังเกตดีๆว่า พวกโฆษณาที่อ้างว่า 99% ของผู้ทดลองใช้พอใจ มันจะมีตัวหนังสือเล็กๆ
บอกว่าจริงๆแล้ว สำรวจกับคนประมาณ 112 คนในประเทศแถวๆอเมริกาใต้

17. ทำไมเบียร์ต้องได้เหรียญทอง? ตกลงเอ็งจะขายเบียร์หรือไปวิ่งแข่งโอลิมปิก?

18. อีห้องแล๊บของ pond’s ที่เป็นห้องขาวทั้งห้อง ดูแล้วนึกว่าเป็นแล๊บ NASA

19. โฆษณาขนมหลอกเด็ก กล้องจะไม่ตั้งตรงๆ แต่จะหมุนไปหมุนมา ซูมเข้าซูมออกตลอด

20. โฆษณาน้ำยาปรับผ้านุ่ม เวลาดมผ้า จะมีดอกไม้พุ่งออกมาจากผ้าขนหนูทุกครั้ง

21. โฆษณาประตูน้ำโพลีคลินิก เป็นโฆษณาที่อุบาทว์ชาติชั่วมาก
เพราะทั้งโฆษณาไม่มีอะไรเลย นอกจากตัวหนังสือวิ่งๆ เหมือนใช้ powerpoint ทำ
22. ตัวหนังสือเล็กๆ ใต้จอที่เล็กจนอ่านไม่ออก หลายคนในวงการเรียกว่า “มดวิ่ง”

23. โฆษณาประเภทโปรโมชั่น ตอนจบมักมีคนจำนวนมากยืนกระจุกกัน กำหมัดชูมือ แล้วร้อง “เย้!”

24. โฆษณาเอ็มเค เรียงอาหารในหม้อสุกี้ได้โคตรเฟค มีใครเขากินสุกี้ประดิดประดอยกันแบบนี้ด้วยเหรอ?

25. โฆษณาของบาร์บีคิวพลาซ่าก็เช่นเดียวกัน ใส่ผักในกระทะเยอะเว่อร์! ชั้นไปร้านแกเพื่อกินเนื้อเว้ย!

26. โฆษณาของ “ไทยประกันชีวิต” นั้นโคตรเศร้า...

27. ในขณะที่ โฆษณาของ “เมืองไทยประกันชีวิต” นั้นโคตรฮา...

28. โฆษณาของโค้กจะแอบกัดเป๊ปซี่แบบเนียนๆอยู่เกือบทุกเรื่อง (ลองสังเกตดีๆ ...)

29. โฆษณาน้ำยาล้างจาน จะต้องมีฉากที่เอามือลูบจานแล้วได้ยินเสียง “วื้ด” เพื่อยืนยันความสะอาด

30. โฆษณารถกระบะ จะต้องมีฉากเลี้ยวโค้งหักศอก แอ่งน้ำขังบนพื้นสาดกระจายยยยย

31. โฆษณาเครื่องดื่มบรรจุขวด พรีเซนเตอร์ต้องกระดกขวดเท่านั้น ห้ามใช้หลอดดูดเด็ดขาด!

32. โฆษณาผ้าอนามัยทุกยี่ห้อ ใช้ของเหลวใสสีฟ้าหรือเขียวแทน...เอ่อ... นั่นล่ะครับ

33. มาม่าในชามในโฆษณา จะมีหมูสับลอยฟ่องเป็นแพ พร้อมผักและดอกไม้ใบหญ้าอีกมากมาย

34. โฆษณาไวเทนนิ่ง จะต้องมีฉากที่นางเอกค่อยๆลอกคราบทีละชั้นจากดำเป็นขาว

35. หลายคนคอนเฟิร์มว่าพรีเซนเตอร์ผู้ชายของโฆษณา NIVEA หล่อล่ำลากเลือดมาก...

36. ช่างก่อสร้างในโฆษณาปูนบางยี่ห้อ หน้าตาดีซะจนอยากจะทุบบ้านให้ช่างคนนี้มาซ่อมให

37. โฆษณาแชมพู มักมีเนื้อเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับแชมพู เช่น นางเอกไปสมัครงาน หรือเล่นคาราเต้

38. พรีเซนเตอร์ในโฆษณามักใส่เสื้อสีเดียวกับสีของผลิตภัณฑ์นั้นๆ

39. โฆษณาสินค้าทุกประเภทที่เกี่ยวกับการ “ฆ่าเชื้อ” หรือ “ทำความสะอาด” จะต้องมีฉากแบ่งครึ่งจอเพื่อเทียบกันซ้ายขวาเสมอ (ข้างที่ใช้กับไม่ใช้)

40. และแม้ว่าสินค้านั้นจะฆ่าเชื้อได้สะอาดขนาดไหน เราจะเห็นภาพเชื้อโรคเหลืออยู่หย่อมเล็กๆเสมอ

41. เราจะไม่เห็นขวดเหล้าขวดเบียร์ในโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แม้แต่ขวดเดียว

42. โฆษณาเดียวกัน --- ถ้าดูในโรงหนังมันจะได้อารมณ์กว่า เศร้ากว่า ฮากว่าดูที่บ้าน

43. เพลงบางเพลงดังได้เพียงเพราะโฆษณาหยิบมาใช้ (เช่นเพลงในโฆษณาชุด “แม่ต้อย”)

44. โฆษณาประเภท testimonial ที่ให้คนเคยใช้สินค้าออกมายืนยัน บางทีจริงแต่ชื่อ แต่คนแสดงไม่จริง เพราะหน้าตาตัวจริงน่ากลัวจนกล้องถ่ายไม่ติด ...เอ้ย ไม่ดีพอจะขึ้นกล้องได้ จึงต้องใช้คนแทน
45. โฆษณาน้ำอัดลม คนดื่มแล้วจะต้องร้อง “อ้าหห์” เสมอ

46. มีโฆษณาหลายตัวที่ให้พรีเซนเตอร์เอาสินค้าแนบใบหน้าซะใกล้จนเกินเหตุ

47. ในไทยรัฐหน้าบันเทิง คอลัมน์ “บันเทิงไทยรัฐ” นี่มันโฆษณาเครื่องสำอางชัดๆ!

48. เสียงเคี้ยวขนมในโฆษณามันฝรั่งทอดจะดัง “กร้วม” แบบไร้มารยาทสังคมที่สุด

49. บางทีเราก็มัวแต่ดูหน้าดูนมของพรีเซนเตอร์ จนลืมดูสินค้าไปโดยปริยาย

50. และโฆษณาบางเรื่อง :Xตลกชิบหาย ตลกจนดูจบแล้วยังจำชื่อสินค้าไม่ได้...

ที่มา: บล๊อคของ บองเต่า มนุษย์เงินเดือนที่แรงที่สุดในอินโดจีน

วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

เหมาะพอดี

หญิงสาวผู้หนึ่งพาร่างกายอันสะบักสะบอมขึ้นไปบนโรงพัก

หญิงสาว : "เอ่อ..หนูถูกข่มขืนค่ะ"

ร้อยเวร : "ที่ไหนครับ เมื่อไหร่ ?"

หญิงสาว : "เมื่อคืนนี้คะ ที่ในป่าข้างทาง"

ร้อยเวร : "แล้วมันทำอะไรคุณบ้าง"

หญิงสาว : "คือว่า มันมากัน 3 คนค่ะ มันเจอดิฉันในซอยเปลี่ยว

แล้วมันก็ลากดิฉันไปในป่าข้างทาง ดิฉันก็ดิ้นสุดฤทธิ์เลยคะ ตอน

ที่พวกมันกำลังทำ

พอดีมือปัดไปโดนไม้ท่อนหนึ่งเข้าอันใหญ่เหมาะมือพอดี ดิฉันจึง

ค่อยๆหยิบมันขึ้นมาค่ะ "

ร้อยเวร : "แล้วคุณก็หวดลงไปที่คนร้ายเต็มแรงเลยใช่มั๊ย...! "

หญิงสาว : "อ๋อ....เปล่าค่ะ ดิฉันเห็นว่ามันอันกำลังดีเลย..เอามา

หนุนหัวค่ะ"


วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

เรื่องจริง 40 ข้อ เกี่ยวกับ joke socool!!!

1. น้ำตาของ โจ๊ก โซคูล สามารถ รักษามะเร็งได้ แต่โจ๊ก โซคูล ไม่เคยร้องไห้

2. โจ๊ก โซคูล ไม่เคยใส่นาฬิกา เพราะขณะนี้เป็นเวลาเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ โจ๊ก โซคูล

3. การวิดพื้นของ โจ๊ก โซคูล ไม่ใช่การออกแรงดันตัวให้สูงขึ้นจากโลก แต่เป็นการออกแรงดันโลกให้ต่ำลงจากตัว

4. ทฤษฎี naturenal selection ไม่เป็นจริง เพราะสิ่งมีชีวิตจะดำรงเผ่าพันธุ์ได้หรือไม่ โจ๊ก โซคูล เป็นผู้อนุญาต

5. โจ๊ก โซคูล สามารถฆ่ากระสุนสองนัด ด้วยนกตัวเดียวได้

6. ทุกครั้งที่คุณฟังเพลงของ โซคูล คุณไม่ได้เลือกจะฟัง แต่ โจ๊ก โซคูลเป็นผู้เลือกให้คุณฟัง

7. โจ๊ก โซคูล สามารถวิ่งรอบโลกเพื่อต่อยหลังหัวตัวเองได้

8. คอมพิวเตอร์ของโจ๊ก โซคูล ไม่มีปุ่ม Ctrl เพราะ โจ๊ก โซคูล สามรถ ควบคุมทุกอย่างได้อยู่แล้ว

9.ถ้าโจ๊ก โซคูล มีเงินห้าร้อยบาท คุณมีเงินห้าร้อยบาท โจ๊ก โซคูลมีเงินมากกว่าคุณ!!!

10. โจ๊ก โซคูล มีดวงจันทร์บริวารอยู่ 12 ดวง หนึ่งในนั้น ชื่อว่า "โลก"

11. โจ๊ก โซคูล สามารถเล่นรัลเซี่ยน รูเร็ท โดยมีกติกาว่า "ใส่กระสุนเต็มทุกช่อง และโจ๊ก โซคูลเป็นฝ่ายเริ่มก่อน" ให้ชนะได้

12. โจ๊ก โซคูล สามารถฟังประกาศ คมช. เพียงครั้งเดียวได้

13. โจ๊ก โซคูล สามารเป่าลมใส่ไม้ไผ่จนหักโค่นได้

14. ถ้าคุณได้ก้าวเข้ามาสู่ความเป็น โซคูลเลี่ยน คุณจะไม่มีวันได้กลับไปอีก

15. ลีโอนาโด้ ดาร์วินชี่ เป็นผู้ให้กำเนิดศาสตร์และศิลป์มากมายที่มีคุณประโยชน์ต่อโลก แต่โจ๊ก โซคูล เป็นผู้ให้กำเนิด ลีโอนาโด้ ดาร์วินชี่

16. อักษร "เจ" ซึ่งเป็นตัวอักษรนำหน้าชื่อของ โจ๊ก โซคูล ได้ถูกนำไปใช้นำหน้าชื่อให้แก่ผู้มีชื่อเสียงทั่วโลก อาทิ จอร์ท วอชิงตัน, จอร์ท บุช, จอร์ท ลูคัส, จีน เกรย์, จอน แมคเคลน, แจ๊ค สแปโร่ว, แจ๊ค เดอะริปเปอร์ และ แจค แฮปปี้ทรีเฟรน

17. นักชีววิทยา ได้แบ่งสิ่งมีชีวิตตามความซับซ้อนของโครงสร้างร่างกาย ไว้เป็น 8 phylun โดยให้มนุษย์อยู่ใน phylum chordata แต่ โจ๊ก โซคูล อยู่ phylum "GOD"

18. โจ๊ก โซคูล สามารถสั่งบิ้กแมค ที่เบอร์เกอร์คิง ได้

19. โจ๊ก โซคูล หากตกน้ำตัวจะไม่เปียก แต่น้ำจะเปียกโจ๊ก โซคูล

20. โจ๊กโซคูลสามารถ กิน เลย์เพียงชิ้นเดียว ได้ แต่คุณต้องอร่อยชิ้นเดียวไม่เคยพอ

21. สาเหตุของโลกร้อน ก้คือ โจก โซคูลหนาว เขาเลย ทำไห้พระอาทิตย์ร้อนขึ้น

22. จากทฤษฎีสัมพันธภาพของไอสไตน์ โจ๊ก โซคูล สามารถตบหัวคุณในเวลาเมื่อวานได

23. การอุตสาหกรรม ไม่ใช่สาเหตุของการตัดไม้ทำลายป่า โจ๊ก โซคูล ต้องการไม้จิ้มฟัน

24. ในประเทศไทย มีการประหารชีวิต ที่ถูกกฎหมาย 3 วิธีนั่นคือ ฉีดยาพิษ ยิงเป้า และ โจ๊ก โซคูล

25. โนอาห์ เป็นคนเดียวในโลก ที่รู้ทัน ก่อนที่ โจ๊ก โซคูล จะกระโดดลงมหาสมุทร

26. โจ๊ก โซคูล เป็นคนเดียวที่สอบโทเฟล ได้คะแนนเต็มด้วยการตอบทุกคำถามว่า โจ๊ก โซคูล

27. บางคนเเต่งตัวตามศิลปินที่เค้าชอบ เเต่ศิลปินที่เค้าชอบเเต่งตัวตามโจ๊กโซคูล

28. โจ๊ก โซคูล สามารถจาม ในขณะที่ตาเปิด ได้

29. โจ๊ก โซคูล วิ่งรอบโลกอยู่ และเบรคที่อเมริกาเนื่องจาก ยีราฟเดินตัดหน้าผลคือทำให้เกิดรอยแยกบโลกกลายเป็นแกรนด์แคนย่อนและ ยีราฟโดนแรงลมพัดปลิวไปอยู่ที่แอฟริกา

30. การซักผ้าในทะเลของ โจ๊ก โซคูล เป็นหนึ่งในสาเหตุของ Tsunami

31. ฉากหนึ่งที่โดนตัดออกในหนังเรื่อง Jurassic Park คือฉากในขณะที่ Rex กำลังไล่รถ jeep ความจริงคือทั้ง 2 กำลังหนี โจ๊ก โซคูล

32. ใน3วินาที โจ๊กโซคูล สามารถฆ่าคุณได้ . . . สี่สิบเจ็ดครั้ง

33. สิ่งมหัศจรรย์ทั้ง7ของโลกคือ แขนขวา,แขนซ้าย,ขาขวา,ขาซ้าย ,ควาย, กีต้า,เเว่นดำ ของโจ๊ก โซคูล

34. โจ๊ก โซคูล สามารถ นอนโดยที่มีหมอนอยู่ใต้ปืน ได้

35. โจ๊ก โซคูล สามารถแยกอตอม ให้เป็นโมเลกุล ได้

36. ในโลกนี้ไม่มีเลสเปี้ยน มีเเต่ผู้หญิงที่ยังไม่เคยเจอโจ๊ก โซคูล

37. มีการเถียงกันอย่างไม่มีที่สิ้นสุดถึงการมีอยู่จริงของผีและวิณญาณ ความจริงคือมันมีอยู่จริง และโจ๊ก โซคูล พบว่ามันอร่อยมา

38. เมื่อโจ๊ก โซคูลจาม เขาไม่ได้ร้องว่า"ฮัดชิ่ว" เเต่กลับร้องว่า " เคี้ยวจนสิ้นรสน้ำตาล หมดความหวานกลายเป็นซากอ้อย"

39. โจ๊ก โซคูล ได้ใบขับขี่เมื่ออายุ 16 (วินาที)

40. โจ๊ก โซคูล สามารถทำให้หอมใหญ่ ร้องไห้



วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

เที่ยวบินระทึก

ณ สนามบินแห่งหนึ่งซึ่งคลาคล่ำไปด้วยผู้โดยสาร

บรรดาผู้โดยสารซึ่งจะเดินทางด้วยเครื่องบินพาณิชย์ลำหนึ่ง

ได้พากันนั่งประจำที่เรียบร้อย ยังรอก็แต่นักบิน ซึ่งจะขึ้นเครื่องเป็นกลุ่มสุดท้าย

และแล้วนักบินและนักบินผู้ช่วย ก็ขึ้นมาทางประตูด้านท้ายของเครื่อง

แล้วก็เดินผ่านช่องทางเดินตรงกลางขึ้นมา เพื่อจะไปยังห้องนักบิน

ดูเหมือนว่านักบินทั้งคู่นั้นจะตาบอด นักบินที่หนึ่งนั้นใช้ไม้เท้าคลำทางสีขาว

เขาเดินสะเปะสะปะ กระแทกผู้โดยสาร ซ้ายที ขวาที

ส่วนนักบินผู้ช่วยนั้น มีสุนัขนำทางตัวหนึ่ง ทั้งคู่สวมแว่นกันแดดสีดำ

ในตอนแรก บรรดาผู้โดยสารก็ไม่รู้สึกอะไร

พวกเขาคิดว่า มันน่าจะเป็นการล้อเล่นมากกว่า

แล้วไม่นาน เสียงเร่งเครื่องยนต์ก็เริ่มดังขึ้น และเครื่องบินก็เริ่มเคลื่อนตัวไปตามรันเวย์

เหล่าผู้โดยสาร เริ่มจะมองหน้ากันหน้าตาตื่นด้วยความไม่สบายใจ

บ้างก็เริ่มกระซิบกระซาบกัน และเหลียวมองเลิ่กลั่กไปที่พนักงานประจำเครื่อง

ด้วยความรู้สึกที่ไม่ค่อยดี

และแล้ว เครื่องบินก็เริ่มเร่งความเร็วขึ้นสูงสุด

บรรดาผู้โดยสารก็เริ่มระส่ำระสาย บ้างก็สวดมนต์ขอให้พระเจ้าคุ้มครอง

ในขณะที่เครื่องบินพุ่งทะยานไปข้างหน้า ใกล้จะสุดทางวิ่ง

มันใกล้เข้าไปๆ เสียงเซ็งแซ่ด้วยความตื่นกลัวก็เริ่มจะดังขึ้น ๆ

และในที่สุด เครื่องบินก็เหลือระยะทางวิ่งอีกไม่ถึง 20 ฟุต

เสียงที่ตื่นตระหนกของเหล่าผู้โดยสารก็เปลี่ยนเป็นเสียงกรีดร้องออกมาพร้อมๆ กัน

และในเสี้ยววินาทีสุดท้าย เครื่องบินก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า

ในห้องนักบิน นักบินผู้ช่วยได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

แล้วหันไปกล่าวกับนักบินที่หนึ่ง “ถ้าวันไหนไม่มีเสียงกรี๊ดขึ้นมาเนี่ย...

พวกเรา ก็คงจะต้องตายกันหมดแน่ๆ”


วันพุธที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ครูรู้นะ

ในวันสุดท้าย ก่อนปิดภาคเรียนของชั้นอนุบาลแห่งหนึ่ง

เด็กๆ ต่างก็นำของขวัญมามอบให้กับคุณครู

บุตรชายเจ้าของร้านขายดอกไม้ยื่นกล่องของขวัญกล่องหนึ่งให้กับคุณครู

ครูสาวหยิบมันขึ้นมา ลองเขย่า ๆ ดู แล้วกล่าว

“ครูว่า ครูรู้นะ ว่าข้างในมันเป็นอะไร ต้องเป็นดอกไม้แน่ๆเลย”

เจ้าหนู : “ถูกต้องครับ”

คนถัดไปเป็นบุตรสาวเจ้าของร้านขนม เธอยื่นกล่องของขวัญให้คุณครู

ครูสาวหยิบมันขึ้นมา เขย่า ๆ แล้วกล่าว

“ครูว่า ครูรู้นะ ว่าข้างในเป็นอะไร ต้องเป็นขนมกล่องหนึ่งแน่ๆเลย”

เจ้าหนู : “ถูกต้องค่ะ”

ของขวัญชิ้นต่อไป มาจากเจ้าหนูบุตรชายเจ้าของร้านขายเหล้า

ครูสาวหยิบกล่องขึ้นมาดู และพบว่ามีอะไรเป็นน้ำๆ ไหลเยิ้มออกมา เธอใช้นิ้วแตะ แล้วลองชิมดู

ครูสาว : “ใช่ไวน์รึเปล่านะ ?”

เจ้าหนู : “ไม่ใช่ครับ” คุณครูใช้นิ้วสัมผัส แล้วนำมาแตะที่ลิ้นอีกครั้งหนึ่ง”

ครูสาว : “ ใช่แชมเปญรึเปล่าน๊า ?”

เจ้าหนู : “ ผิดครับ”

ครูสาว : “แล้วมันคืออะไรละจ๊ะ ?”

เจ้าหนู : “ลูกสุนัขครับ แฮ่ ๆ ๆ”


วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ผีก๋วยเตียว

คืนนี้สมรกลับบ้านหลังเที่ยงคืนเป็นคืนแรกในชีวิต

เนื่องจากทางเข้าบ้านมืดมาก

เป็นเส้นทางที่แทบจะไม่มีไฟข้างทางเลย

และคนแถวนั้นแทบจะนอนกันหมดแล้ว

เพราะกลัวอาถรรพ์ที่เจอกันบ่อยๆ

เธอคนนั้นก็ขึ้นมอเตอร์ไซค์รับจ้างพร้อมกับก๋วยเตี๋ยวน้ำถุงใหญ่

"ไปไหนครับคุณ" คนขับถาม

"หลังวัดน่ะ" สมรตอบ

เมื่อนั่งไปเรื่อยๆ จนถึงโค้งหนึ่งคนขับก็มีอาการสั่นๆเล็กน้อย

สมรสังเกตได้ พอข้ามสะพานไปได้

คนขับก็สั่นอีกและสบถคนเดียวเบาๆฟังไม่เป็นภาษา

สมรเริ่มกลัวขยับก้นเข้าไปกว่าเดิม ..

ทันใดนั้นโชเฟอร์ก็หยุดรถแล้วหันมาตะคอกใส่สมรว่า

"มึง! อยากตายใช่มั้ย หา" สมรร้องไห้ไม่กล้าสบตา

แล้วพูดออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นเทาว่า

"อย่าทำอะไรหนูเลยหนูกลัวแล้ว แล้วหนูจะกรวดน้ำไปให้"

"กรวดนงกรวดน้ำอะไรเล่า ถ้ามึงไม่อยากตาย

ก็เอาถุงก๋วยเตี๋ยวออกจากหลังกู! กูร้อน"


วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ปทานุกรมเฮฮา

เสธ.
= ย่อมาจากเสนาธิการ เป็นตำแหน่งทางการทหาร
หน้าที่หลัก คือ ดูแลสถานบันเทิงทั่วกรุงเทพฯ รวมถึงตลาดโบ๊เบ๊
มีกำลังพลเป็นชายฉกรรจ์ ในชุดซาฟารี

wristband
= หนังยางเส้นใหญ่ ใช้สวมข้อมือ ฝรั่งเป็นคนคิด ผลิตจากเมืองจีน
ขายดีที่ประเทศไทย

สว.
= ตำแหน่งทางการเมือง ทำหน้าที่อะไรไม่ทราบแน่ชัด
เห็นแต่เป็นข่าวซื้อบริการทางเพศเด็ก , ต่อยกันกลางสภาฯ
และ พกปืนในที่สาธารณะ มีแต่ข่าวอัปมงคล ว่างั้นเหอะ 555

7-11
= เข้าก็ร้อง ออกก็ร้อง เข้าลึก ลึก มีน้ำด้วย

SMS
= ช่องทางหาเงินจากบริการเสริมของโทรศัพท์มือถือ
คิดค้นโดยพิธีกรรายการทีวี ส่งไปซักแปดร้อยครั้งคุณอาจได้รับเสื้อยืด 1 ตัว

กระทิงแดง,ลิโพ,M150
= น้ำหวานใส่กลิ่น บรรจุขวดเล็ก เล็ก นิยมเรียกว่า "เครื่องดื่มบำรุง กำลัง"
มีสรรพคุณไม่ต่างจาก เฮลล์บลูบอย

รวยฟ้าผ่า
= รายการชิงโชคจากฝาเครื่องดื่มชนิดหนึ่ง
ความหมายเป็นนัย ว่า มีโอกาสรวย ยาก พอ พอ กับโอกาสถูกฟ้าผ่า
อันนี้ก็ถูก

สาวเชียร์เบียร์
= พริตตี้ เกิร์ล ประจำสวนอาหาร และ ร้านข้าว

ไฟเหลือง
= จงรีบเร่งเครื่อง ตะบึงไปให้พ้นสี่แยก
ถ้าจอด จะกลายตัวเป็นตัวถ่วงของจราจร

ไฟเขียว
= จงบีบแตรไล่ไอ้คันข้างหน้า

ชาเขียว
= เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ และ ความร่ำรวย ของผู้ผลิต

การเมือง
= คือไร ไม่รู้..รู้อย่างเดียว คือการบ้าน ถ้าวันไหนไม่ทำ มีงอนแน่ ดีไม่ดี หัวแตกอีก หาว่าไปทำการบ้านที่อื่น โอ้ย!..แค่การบ้านก็ปวดหัวแล้ว

เบนโล
= เป็นยาน้ำบำรุงสำหรับผู้หญิง ทำให้ผิวผุดผ่องสดใส มีน้ำมีนวล
เหมาะสำหรับสตรีที่มีลูกยาก ทานทุกวันรับรองลูกติดโดยไม่รู้ตัว

กระโปรงเหี่ยน
= กำลังเป็นที่นิยมในหมู่นักฟังเพลงลูกทุ่ง ถ้าใครไม่รู้จักถือว่าเชยครับ หมายถึง สาวที่ชอบ นุ่งกระโปรงสั้น ๆ ยิ่งสั้นยิ่งชอบ

Girly Berry
= เราสนใจชุดที่เธอใส่ และ สิ่งที่อยู่ภายใน มากกว่าเพลงที่พวกเธอร้อง


วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ยังบริสุทธิ์ค่า.......

ที่สวรรค์ชั้น 18 เป็นชั้นสำหรับสาวบริสุทธิ์เท่านั้น

ใครจะมาอยู่ชั้นนี้ได้ ต้องบริสุทธิ์ เยื่อพรมจรรย์ต้องอยู่ครบ

ขาดนิดขาดหน่อยไม่ได้

แล้วก็มีสาวสวยนางหนึ่งมารายตัวขออยู่สวรรค์ชั้นนี้

เทวดาผู้ตรวจความบริสุทธิ์ก็จัดการตรวจเยื่อพรมจรรย์

ปรากฏว่าเยื่อพรมจรรย์ของสาวน้อยนางนี้ยังไม่ขาด

อยู่ดีครบถ้วน เพียงแต่มีตำหนิเล็กน้อย

กล่าวคือที่เยื่อพรมจรรย์มีจุดเป็นจ้ำเล็กๆ นับได้เจ็ดจุด

เทวดาไม่สามารถตัดสินได้ว่าจะยังถือว่าบริสุทธิ์อยู่หรือไม่

จึงถามสาวน้อยว่า "เธอชื่ออะไร"

สาวน้อยก็ตอบไปทันใดว่า

หนูชื่อ "สโนไวท์" ค่า


วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

เหลือแต่รองเท้า

กระทาชายนายหนึ่งชวนแฟนสาวสวย

หุ่นเซ็กซี่ขับรถกินลมบนถนน

ระหว่างที่ขับรถ สองหนุ่มสาวต่างพูดจาประสาคู่รัก

ขับมาระหว่างทางขณะที่มีแดดรำไรใกล้พระอาทิตย์ตก

สาวเจ้าเกิดมีอารมณ์พิศวาส จึงเอ่ยกับชายหนุ่มว่า

เรามาทำอะไรสนุกๆกันไหม พูดแล้วสาวเจ้าก็จัด

การกับเสื้อผ้าเจ้าหล่อนพร้อมกับ........กอด

ชายหนุ่มขณะขับรถ เจ้าหนุ่มกลัวน้อยหน้า

จึงได้จัดการกับเสื้อผ้าตัวเองด้วยเช่นกัน

ขณะที่ทั้งคู่แสดงบทรักกันได้พอสมควร

เจ้าหนุ่มเกิดอาการเกร็งอย่างสุดขีด ทำให้ขับ

รถตกถนนพลิกไปหลายตลบ ไปหยุดนิ่งที่ใต้ต้นไม้

สักพักสาวเจ้าได้สติพยายามตะเกียกตะกาย

ออกจากรถได้ ส่วนเพื่อนหนุ่มยังคงติอยู่ถายใน

เจ้าหนุ่มจึงร้อง "ที่รักช่วยไปตามคนมาช่วย

ผมด้วยผมออกจากรถเองไม่ได้"

ด้วยอารามตกใจสาวเจ้านึกได้ว่าไม่ได้ใส่เสื้อ

ผ้า จึงหันไปหยิบรองเท้าเจ้าหนุ่มที่ตกอยู่ข้าง

มาปิดของสงวน ก่อนวิ่งมาริมถนน

ขณะนั้นตำรวจผู้เห็นเหตุการณ์ได้รีบขับรถ

มาเพื่อช่วยผู้ประสบอุบัติเหตุ

สาวเจ้าเมื่อเห็นตำรวจได้ร้องขึ้นด้วยเสียง

อันดังว่า "ช่วยด้วย .......ช่วยด้วยแฟนหนูติดอยู่ข้างในค่ะ"

คุณตำรวจได้ยินเสียงรีบออกจากรถ พร้อม

กับจ้องมองไปที่รองเท้าแฟนหนุ่มพร้อมกับ

พูดด้วยเสียงอาลัยว่า "โอ .... ถ้าแฟนคุณติด

จนเหลือแต่รองเท้าผมคงช่วยคุณไม่ได้แล้ว "


วันพุธที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

มันเป็นใคร??

พินอคคิโอ, สโนไวท์ และซุปเปอร์แมน

ออกไปเดินเล่นด้วยกัน ระหว่างนั้นได้เห็นป้ายประกาศ

งานประกวดผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลก

สโนไวท์ : ฉันจะลงแข่งขัน

ผ่านไปครึ่งชั่วโมง เพื่อนถาม...เป็นยังไงบ้าง....

สโนไวท์ : อันดับหนึ่ง (เริ่ดค่ะ.....)

พวกเขาเดินต่อไป เห็นป้ายประกาศ

งานประกวดผู้ที่แข็งแรงที่สุดในโลก

ซุปเปอร์แมน : ผมจะลงแข่งขัน

ผ่านไปครึ่งชั่วโมง เพื่อนถาม...เป็นยังไง ชนะมั้ย

ซุปเปอร์แมน : ที่หนึ่ง ...ไม่ต้องเดาก็รู้ว่า ชนะ แน่น๊อน....

พวกเขาเดินต่อไป เห็นป้ายประกาศ

งานประกวดผู้ที่โกหกเก่งที่สุดในโลก

พินอคคิโอ เข้าร่วมแข่งขัน

ผ่านไปครึ่งชั่วโมง เขาเดินน้ำตากคลอกลับออกมา

เพื่อนถาม...เกิดอะไรขึ้น

พินอคคิโอ......ทักษิณ มันเป็นใครมาจากไหน ฟะ....



วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2552

โดนไข่

มีเศรษฐีชาวจีนคนหนึ่งรวยมากแต่ยังไม่มีภรรยา

เนื่องจากหญิงที่จะมาเป็นภรรยาจะต้องมีเส้นผม

และขนทุกเส้นในร่างกายจะต้องเป็นสีทอง

ค้นหามานานจนแก่ก็ไม่พบหญิงสาวในลักษณะที่ว่าเสียที

จึงป่าวประกาศหาหญิงสาวนั้นโดยจะมีรางวัลให้อย่างงามและจะแต่งงานด้วย

หลังจากประกาศแล้วมีสาวนางหนึ่งลงทุนไปย้อมผมและขนเป็นสีทองทั้งตัว

แล้วก็มาสมัครปรากฎว่าเศรษฐีหลงเชื่อคิดว่าเป็นจริงชอบใจเป็นอย่างมากจึงตกลงแต่งงานด้วย

หลังจากนั้นไม่นานผมและขนที่เป็นสีทองก็เริ่มกลายเป็นสีดำดังเดิม

เศรษฐีเริ่มรู้ตัวว่าโดนหลอกจึงไปฟ้องร้องกับท่านเปาปุ้นจิ้นให้ช่วยลงโทษเมียตัวเอง

เมื่อท่านเปาทราบเรื่องจึงนัดหมายให้ทั้งสองมาพบกันที่ศาล เมื่อทั้งคู่มาถึงศาล

หญิงสาวได้เตรียมไข่ไก่มาด้วย 1ใบ ถึงเวลาเปิดศาลท่านเปาก็เดินออกมา

ในจังหวะนั้นหญิงสาวได้ปาไข่ที่อยู่ในมือไปโดนเบ้าตาท่านเปาอย่างจัง

ท่านเปารู้สึกเสียหน้ามากจึงสั่งปิดศาลอีก2วันค่อยมาว่ากันใหม่....

2 วันต่อมาถึงเวลาเปิดศาล ท่านเปาก็ออกมาพร้อมกับเบ้าตาที่เขียวคล้ำและได้เริ่มสอบสวนหญิงสาวทันที

ท่านเปา : จริงหรือที่เจ้าไปหลอกเศรษฐีสามีของเจ้า

หญิงสาว : ไม่จริงเจ้าค่ะ

ตอบด้วยความมั่นใจ

ท่านเปา : เพราะอะไรเจ้าถึงตอบว่าไม่จริง

หญิงสาว : ท่านลองคิดดูนะเจ้าค่ะ เบ้าตาท่านถูกไข่ใบเดียวปาใส่แค่ทีเดียว

เบ้าตาท่านยังเปลี่ยนสีได้ แล้วอีฉันล่ะเจ้าค่ะท่านต้องเห็นใจนะเจ้าค่ะ

ถูกไข่กระแทกทุกวัน ครั้งล่ะ2ใบ ผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างอีฉันจะทนได้ไง

เส้นผมกับขนมันก็ต้องเปลี่ยนสีเป็นธรรมดาชิเจ้าค่ะ"


วันเสาร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2552

สนธิ ลิ้มฯ

เสียงสนทนาระหว่างนายใหญ่และลิ่วล้อ

นายใหญ่ : มรึงทำงานพลาด

ลิ่วล้อ : ไม่พลาดครับนาย เราทำดีที่สุดแล้วครับนาย

นายใหญ่ : ทำไมมันไม่ตาย

ลิ่วล้อ : ไม่ทราบครับนาย (พอพูดเสร็จ ยื่นภาพถ่ายสภาพรถให้นายมัน)

นายใหญ่ : เฮ้ย !!! รถแหลกเละขนาดนี้ ทำไมมันไม่ตาย .. หรือว่ามันไม่ได้อยู่ในรถ

ลิ่วล้อ : อยู่ครับนาย (แล้วยื่นภาพถ่ายชายรูปร่างสูงใหญ่ใส่แว่น เสื้อสีขาวโชกไปด้วยเลือด)

นายใหญ่ : งั้นมรึงรีบไปถามมันว่ามันห้อยของขลังอะไร ซื้อมาให้กรู

สองวันต่อมา ลิ่วล้อกลับมาพบนายใหญ่

นายใหญ่ : ได้เรื่องไม๊ มันต้องการจะขายเท่าไหร่

ลิ่วล้อ : เค้าไม่ขายครับนาย

นายใหญ่ : ทำไมมรึงไม่ปล้นมัน

ลิ่วล้อ : ไม่ใช่อย่างนั้นครับนาย เค้าไม่ขาย แต่เค้าต้องการจะให้นายครับ

นายใหญ่ : เออ ดี แล้วมรึงนำของขลังนั้นมาหรือเปล่า

ลิ่วล้อ : นำมาครับนาย เค้าฝากมาให้นายครับ

นายใหญ่ : งั้นรีบเอาออกมา อย่าโอ้เอ้ กรูอยากเห็น

ลิ่วล้อ : ทำท่าลังเลอยู่พักใหญ่ แล้วก็พูดอย่างตะกุกตะกักว่า

"สนธิเค้าบอกว่า ของขลังประจำกายเขาคือ ทำคุณแก่แผ่นดิน ..

เค้าฝากมาบอกให้นาย ทำคุณแก่แผ่นดินมากๆ จะเป็นของขลังอันล้ำเลิศครับนาย"

วันศุกร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2552

ความสุขของคนไทย

ครั้งหนึ่งมีผู้มีอำนาจในเมืองไทย 3 คนเดินทางไปราชการ

และไปตรวจสอบผลประโยชน์ส่วนตัว ตามต่างจังหวัด

โดยไปพร้อมกันบนเครื่องบินลำเดียวกัน

ระหว่างบินก็สนทนาแสดงความเก่งทาง ความคิดตัวเองออกมา

วีระ : เนี่ยะ ถ้าผมทิ้งแบงค์ 1000 ลงไป คนที่เก็บได้ 1 คนจะต้องมีความสุขแน่ๆ

คุณจตุพรหลังจากได้ฟังก็อดรนทนไม่ไหว แสดงความคิดอันปราดเปรื่องตัวเองออกมาบ้าง

จตุพร : ส่วนผม ผมจะทิ้งแบงค์500 ลงไป 2 ใบจะมีคนที่เก็บได้ถึง 2 คนที่มีความสุข

คุณทักษิณเมื่อได้ยินลูกน้องพูดกัน มันรู้สึกคันปาก

อดไม่ได้ที่จะต้องพูดโอ่ถึงความคิดอันแสนฉลาดของตัวเอง

ทักษิณ : เฮ้ย อะไรกัน ความคิดตื้นๆรู้ไม่จริงกัน ทั้ง 2 คนเลย

ของผมนะ ผมจะทิ้งแบงค์ 100 ลงไป 10 ใบ จะมีคนตั้ง 10 คนเชียวนะที่ดีใจ

ลูกน้องทั้ง 2 คนเมื่อได้ฟังดังนั้นก็รู้สึกทึ่งในความคิดอันลึกล้ำของนายใหญ่

ถึงกับออกปากชมเปาะ ปรบมือชื่นชมด้วยความเลื่อมใสศรัทธาความคิดอันไม่มีผู้ใดเทียบเทียมได้ของท่านผู้นำ

แต่ภายในห้องนักบินซึ่งได้ยินการสนทนาของผู้มีอำนาจทั้ง 3 คนโดยตลอด หนึ่งในนักบิน จึงพูดขึ้นมา

นักบิน : ถ้ากูทิ้งพวกมืงทั้ง 3 คนลงไป จะมีคน 60 ล้านคนทั้งประเทศไทยดีใจเป็นแน่นอน...



วิธีตรวจความบริสุทธิ์ของผู้หญิง

ชายหนุ่มที่กำลังจะได้แต่งงานได้เข้าไปซื้อของในร้านเครื่องมือช่าง

เขาซื้อสี 2 ถัง กับขวานอีกหนึ่งอัน

เจ้าของร้านสงสัยจึงถามชายหนุ่ม

เจ้าของร้าน : คุณจะเอาสี 2 ถัง กับขวานไปทำอะไรรึ

ชายหนุ่ม : เอาไปใช้หลังพิธีแต่งงานของผมครับ

เจ้าของร้าน : หลังพิธีแต่งงาน ?

จะใช้ยังไงผมไม่เข้าใจ

ชายหนุ่ม : ก็หลังจากอุ้มเจ้าสาวเข้าห้องหอ

ผมก็เอาสีแดงทาไข่ข้างหนึ่ง

สีน้ำเงินทาไข่ข้างหนึ่งแล้วมือก็ถือขวานไว้

หากแฟนผมพูดว่า

' ฉันไม่เคยเห็นไข่ใครเหมือนของคุณเลย'

ผมจะเอาขวานฟาดหัวเธอ




วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2552

ยังบริสุทธิ์อยู่

เด็กสาวที่แสนจะเรียบร้อยและเป็นคนตรงอย่างเด็ดขาด

กำลังจะเดินทางไปเมืองใหญ่ก่อนเดินทาง

มารดาได้ให้คำแนะนำบางอย่างเกี่ยวกับวิธีพิจารณา

ชายหนุ่มคนที่คู่ควรจะแต่งงานด้วย

ว่าจงทำตามคำแนะนำต่อไปนี้ คือต้องเป็นผู้ชายที่

' ไว้ใจได้........ไม่ฟุ่มเฟือย'

และต้องเป็นหนุ่มที่ยังคงความ 'บริสุทธิ์'

เด็กสาวจดจำคำแนะนำติดตัวไป

สองสามเดือนต่อมา

เด็กสาวเดินทางกลับบ้านเพื่อขอให้มารดาอวยพรสำหรับงานแต่งงาน

แม่คะหนูพบผู้ชายที่เหมาะสมตามคำแนะนำของแม่เปี๊ยบเชียวค่ะ

สามีในอนาคตของหนูเป็นคนที่ไว้ใจได้

เพราะเมื่อเราออกไปเที่ยววันหยุดด้วยกันวันหนึ่ง

เขาเอาใจใส่หนูดีมากไม่วอกแวกเลย

ถึงแม้จะมีผู้หญิงหน้าตาสะสวยมากมายแถวนั้น

ถือว่าไว้ใจได้ ใช่ไหมคะ' มารดาก้มศีรษะเห็นด้วย

จากนั้น เนื่องจากเราเที่ยวกันดึกไปหน่อย

แล้วฝนก็เริ่มตกหนัก

เขาเลยตัดสินใจพักค้างคืนที่โรงแรม เขายังแนะนำด้วยว่า

เพื่อไม่ต้องใช้จ่ายเงินให้มากเกินไป

เราควรใช้ห้องร่วมกันจะดีกว่า'

เขาไม่ใช่คนฟุ่มเฟือยเลยใช่ไหมคะ'

เป็นครั้งที่สองที่มารดาก้มศีรษะเห็นด้วย

แต่มีแววเอะใจเล็กน้อย

และในที่สุดค่ะแม่ หนูก็รู้ว่าเขาบริสุทธิ์!'

หนูรู้ได้อย่างไรจ้ะว่าเขายังบริสุทธิ์อยู่'

มารดาถามเร็วปรื๊อ

ก็สิ่งนั้นของเขาใหม่มากเลยค่ะ

ยังห่ออยู่ในถุงพลาสติกเรียบร้อยเชียวนะคะ ....




วันอังคารที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2552

สามเกลอ

มีชายอยู่ 3 คน พักอยู่ที่โรงแรมชั้น 78

ขณะนั้นทั้ง 3คนกำลังกินข้าวต้มอยู่ชั้นล่าง

และกำลังจะขึ้นไปข้างบน

แต่ว่าวันนั้นลิฟต์เสีย ทั้ง 3 คน จึงต้องขึ้นบันไดไป

เพื่อนคนที่ 1: เรามาเล่าเรื่องตลกกันดีกว่าหว่ะ แก้เหงา

และทั้ง 3 คนก็เล่าเรื่องตลกไปจนถึงเพื่อนที่เป็นคนติดอ่า

เพื่อนติดอ่าง:กะ...กะ.....กุ.....กุ.....

เพื่อนคนที่ 2:เฮ้ย ! แกอย่าเพิ่งเล่าเลย

และทั้ง 2 คนที่ไม่ติดอ่างก็เล่าเรื่องตลกไปเรื่อย

จนถึงชั้นที่ 77

เพื่อนคนที่ 1,2:เอ้า!ไอ้ติดอ่าง แกจะเล่าอะไรก็ว่ามา

และเพื่อนติดอ่างก็บอกว่า

กะ...กะ.....กุ.....กุ.....ลืมกุญแจห้องไว้ที่ร้านข้าวต้ม

เพื่อนคนที่ 1,2:!!!!!!!!!!!!!!!!?


วันจันทร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2552

มะเขือยาว

มีกระเทยแก่นางหนึ่ง . . .

เธอช่างอาภัพเหลือเกิน

ห่างหายอาการผู้ชายตกถึงท้องมานานหลายสัปดาห์

บัดนี้ . . . เธอเกิดความกระหายอย่างมาก

จึงแปลงกายเพื่อออกล่าเหยื่อผู้ชายตามต้องการ !!!!

คืนที่หนึ่งผ่านไป เธอ . . .ก็หาจิกผู้ชายไม่ได้ตามที่ต้องการ

กระทั่งคืนที่สอง

เธอ . . .ก็ยังไม่มีความสามารถที่จะจิกได้

ด้วยความกระหายอยาก เธอจึงได้ความคิดใหม่ขึ้นมา

เช้าวันรุ่งขึ้นเธอก็ไปตลาดเพื่อหาซื่อมะเขือยาวเพื่อการทดแทน

เธอเดินหาอยู่นานพอสมควรก็ไปเจออยู่ร้านหนึ่ง

เธอหยิบมะเขือยาวนั้นมาทดลองจับดู

โอ้!! ตามขนาดที่ด้องการทั้งกว้างและยาว (คิดอยู่ในใจ)

เธอจึงบอกแม่ค้าว่า . . . เอาอันนี้แหละ ขอซื้ออันเดียวขายมั้ย

แม่ค้าตอบว่า ..... ขายจ้ะ

เธอบอกให้แม่ค้าใส่ถุงได้เลย

กระเทยแก่ยืนยิ้มกรุ้มกริ่มดีใจที่จะได้สมดังที่ใจต้องการ

ด้วยความหวังดีของแม่ค้า แม่ค้าก็หั่นมะเขือยาวนั้นเป็นแว่นแว่น

กระเทยแก่หันไปเห็นก็ร้องกรี๊ด ด้วยความโกรธ แล้วด่าแม่ค้านั้นว่า. . .

อ๊าย !!! อีนี่ . . . ใครสั่งให้แกหั่นมะเขือยาว

แกเห็นตูดของฉันเป็นกระปุกออมสินหรือไงยะ


วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2552

คำคมขำขำ

1.การดื่มเหล้าให้เมาไม่ใช่เพราะยี่ห้อสุรา การศึกษาคือความรู้ที่ไม่ได้มาเพราะสถาบัน

2.อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด แต่อย่าเลยเถิด ถ้าไม่มีถุงยาง

3.อ่อนโยน แต่อย่าอ่อนแอ ถ้ามีแฟนเหมือนมีแม่ ก็...ซวยไป

4.เมียซื้อเงินสด รถซื้อเงินผ่อน

5.มีแฟนเด็กต้องรวย มีแฟนรวยก็ช่วยเราได้

6.เพื่อนกิน เพื่อนกัน เพื่อนกินไม่ทัน เืพื่อนกันเอาไปกิน

7.รักแท้ต้องแย่งชิง รักจริงต้องปล่อยไป

8.ตัดกระดาษต้องใช้กรรไกร ตัดใจต้องใช้เวลา

9.กาเม มอระนัง ทุกขัง โลเก (กามตายด้านเป็นทุกข์ในโลก)

10.กำขี้ดีกว่ากำตด แต่ถ้ากำขี้สดๆ กำตดจะดีกว่า

11.ทำแล้วเสียใจยังดีกว่าเสียใจที่ไม่ได้ทำ

12.กระบี่อยู่ที่ใจ เมาทีไรไร้เทียมทานทุกที

13.มีงานให้นั่งกินลม มีนมให้กินก่อนหมดอายุ

14.ตัวอย่างที่ดีมีค่ากว่าคำสอน

15.จะดีหรือชั่วไม่ได้อยู่ที่กรรมพันธุ์ ถ้ามีอะไรกันก็อย่าโทษความเมา


วันอังคารที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2552

กลอนสุนทรภู่ตลกฮาๆ

สุนทรภู่ครูกวีขี่ฟีโน่

เสกโลโซซิ่งนูโวมาข้างหลัง

แบงค์วงแคลชขี่มีโอเก๊าเก๋าจัง

ตูนก้อยังขี่สปาร์คปาดหน้าเอย

สุนทรภู่แซงซ้ายบิดร้อยห้า

บิดร้อยหกแซงโลโซหน้าตาเฉย

บิดร้อยเจ็ดแซงวงแคลชไปตามเคย

บิดเกินเลย เบรคแตกแหกลงนา

สุนทรภู่ยังไม่จบขึ้นขี่ต่อ

แซงสิบล้อปาดหน้าและปาดหลัง

จึงตามตูนบอดี้ได้เกือบทัน

บิดเกือบพันชนตายห่าหน้าบ้านกู

........................


วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2552

ขี้โม้สุดๆ

รถแท็กซี่คันหนึ่ง รับผู้โดยสารมาจากสุวรรณภูมิ

ซึ่งเป็นคนจาก 3 ประเทศ

โดยทั้ง 3 คนพูดคุยโวกันเรื่องประเทศของตน

สร้างอาคารอย่างรวดเร็วกว่าคนอื่น

คนอเมริกันก็พูดว่า

สะพานโกลเด้นเกตของตนสามารถสร้างเสร็จภายใน 3 เดือนเท่านั้น

คนญี่ปุ่นก็พูดว่า หอโตเกียวคนญี่ปุ่นสร้างเสร็จตใน 7 วัน แค่นั้นเอง

คนสุดท้าย เป็นคนจีนฮ่องกง คุยทับไปอีกว่า สนามบินใหม่ของฮ่องกง

ใช้เวลาสร้างจริง ๆ แค่ 5 วันก็เสร็จ

โชเฟอร์พอรู้เรื่องเข้าก็คันปากอยากคุยทับบ้าง

แต่ไม่สบโอกาส จนรถแท็กซี่ขับมาถึงอนุสาวรียชัยสมรภูมิ

ชาวต่างชาติทั้ง 3 ก็ถามแท็กชี่ว่า เฮ้ ยู นั่นอะไร

แท็กซี่ได้ที เลยตอบกลับไปหน้าตายว่า

" ไม่ทราบครับ เมื่อครึ่งชั่วโมงผ่านมานี่

ผมขับรถมาทางนี้ ยังไม่เห็นเลย สงสัยเพิ่งสร้างเสร็จ"


วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2552

นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล ส.ส.อยุธยา พรรคเพื่อไทย

นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล ส.ส.อยุธยา พรรคเพื่อไทย


















วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2552

วันก่อนคับ

a: วันก่อนคับ
b: ทำไมวะ
a: ไปสยามมาคับ
b: แล้วไงวะ
a: เดินผ่านหญิง เค้าหันกลับมามองเลยคับ
b: โห เมิงหล่อมาก !
a: ป่าวคับ เหยียบตีนเค้า


a: แล้ววันก่อนคับ
b: ทำไมวะ
a: ไปเที่ยวกลางคืนมาคับ
b: เออ เปนงัยวะ
a: หิ้ว ญ กลับมาคนนึงคับ
b: โหย เปยงัยวะ
a: นม งี้ดูไม่ได้เลยคับ
b: เห้ยทำนมหรอวะ
a: เค้าไม่ให้ดู คับ

a : แล้ววันก่อนคับ
b: ทำไมวะ
a: เมาเหล้าคับ
b: เหย ธรรมดาๆ
a: แล้วปวดฉี่ คับ
b: แล้วทำไงวะ
a: เลยไปฉี่ตรงศาลพรภูมิ
b: เห้ย แล้วไหว้รึป่าว
a: กลับมาจู๋บวมเลยคับ
b: เมิงไม่ไหว้อะดิ
a: ซิบหนีบจู๋ คับ

a: แล้ววันก่อนคับ
b: ทำไมวะ
a: วาเลนไทน์คับ
b: เปนไงๆ
a: ผู้หญิงที่คณะวิ่งถือดอกไม้มาหาผม ทุกคนเลย
b: โห เมิงป๊อปมากเลยนะเนี่ย
a: ป่าวคับ เค้าเอามาขาย

a: แล้ววันก่อนคับ
b: ทำไมวะ
a: ไปคัดตัวนักวิ่งมาคับ
b: เออ เปนงัยวะ
a: 100 ม. ผมวิ่งได้ 4 วิ คับ
b: โห หยั่งงี้ติดทีมชาติเลยนะเนี่ย
a: วิที่ 5 ล้มคับ

a: แล้ววันก่อนคับ
b: ทำไมวะ
a: พ่อพาผมไปโรงพัก
b: เออ แล้วไงต่อๆ
a: คนไหว้พ้อผมทั้งสน.เลยคับ
b: โห พ่อเมิงใหญ่มากเลย
a: พ่อเป็นพระคับ

a: แล้ววันก่อนคับ
b: ทำไมวะ
a: ไปบ้านเพื่อนมาคับ
b: แล้วไงต่อวะ
a: เหนแม่เพื่อนถือถาดมาให้
b: แม่มาเสิร์ฟน้ำเลยหรอวะ
a: ขายลอตตารี่คับ


วันจันทร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2552

ไม่ท้องมั้ง

มีผู้หญิงอยู่คนหนึ่งกำลังขับรถจะออกไปต่างจว.

รถดันเสียระหว่างทางและในบริเวณที่รถเสีย

ก็ดันเป็นทะเลทรายซึ่งดูแล้วก็มีบ้านคนอยู่แค่หลังเดียวแถวนั้น

ผู้หญิงจึงเดินไปที่บ้านหลังนั้นเพื่อขอร้องให้เจ้าของบ้านช่วย

เจ้าของบ้านซึ่งเป็นผู้ชายมีอายุอาศัยอยู่กับลูกชายสามคนก็ได้ช่วยซ่อมรถให้

และก็ได้บอกกับผู้หญิงว่าต้องนอนค้างที่บ้านของเขาเพราะรถนั้นจะเสร็จก็พรุ่งนี้

เจ้าของบ้านให้ผู้หญิงนอนห้องตรงข้ามกับห้องลูกชาย

และบอกกับผู้หญิงว่าห้ามเข้าไปทำอะไรลูกชาย

เพราะลูกชายทั้งสามคนของเขานั้นเอ๋อ..(ไม่เต็มบาท)

ตกดึกผู้หญิงเกิดอาการขึ้นมาจึงเดินไปเข้าห้องลูกชายคนแรก

และก่อนที่จะมีอะไรกันผู้หญิงก็บอกกับผู้ชายว่า

"ต้องใส่ถุงยางน่ะถ้าไม่ใส่ฉันจะท้อง"คนแรกจังทำตาม

ต่อมาก็เข้าห้องคนที่สองและสามและก็บอกเหมือนกันทั้งสามคน

หลังจาก 20 ปี ผ่านไปชายสามคนเริ่มมีอายุมากขึ้น

ทุกคนก็นั่งกันอยู่หน้าบ้านคนแรกนึกขึ้นมาได้จึงเอ่ยขึ้นว่า

"เฮ้..จำผู้หญิงที่เคยมาพักที่บ้านเราเมื่อ 20 ปี ทีแล้วได้ไหม?"

คนที่สองตอบ "อ้อ..จำใด้"

และคนแรก จึงถามอีกว่า "นายคิดว่าป่านนี้เขาจะท้องไหม?"

คนที่สามจึงตอบว่า "คงไม่ท้องแล้วมั้ง"

คนแรกตอบ "ถ้างั้นเราก็น่าจะถอดถุงยางออกได้แล้วมั้ง"


วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2552

ยอมตาย

เรื่องมีอยู่ว่า........................................................

อาแปะคนนึง ถูกจับตัวมาพร้อมกับหญิงสาว โจรก็สั่งให้อาแปะ

จับหญิงสาวน่ะ xxx ซะ อาแปะแกก็ไม่ยอม

อาแปะ : อั๊วม่ายทาม

โจร : ไม่ทำ ลื้อ ตาย

อาแปะ : ทำก็ล่าย

โจร : แปะ...ถอดเสื้อ

อาแปะ : อั๊ว ม่าย ถอด

โจร : ไม่ถอด ลื้อ ตาย

อาแปะ : ถอด ก็ ล่าย

******* แปะก็ถอดเสื้อ ตามระเบียบ..........

โจร : แปะ...ถอดกางเกง

อาแปะ : อั๊วม่ายถอด

โจร : ไม่ถอด ลื้อ ตาย

อาแปะ : ถอด ก็ ล่าย

*-*-*-*-*-* แปะก็ถอดกางเกง...........................

โจร : แปะ.......จัดการ แทง

อาแปะ : อั๊วม่ายแทง

โจร : ไม่แทง ลื้อ ตาย

อาแปะ : แทงก็ ล่าย

*-*-*-*-*-*- แปะก็เอา......น่ะ แทงเข้าไป จึ้ก!

โจร : แปะ ซอย

อาแปะ : อั๊ว ม่าย ซอย

โจร : ไม่ซอย ลื้อ ตาย

อาแปะ : ซอย ก็ ล่าย

แปะก็ ซอยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

จนกระทั่ง.........

โจร : แปะ หยุดซอยได้

อาแปะ : อั๊วม่ายหยุด

โจร : ไม่หยุด ลื้อ ตาย

อาแปะ : อั๊ว ยอม ตาย



วันเสาร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2552

SEX

หนุ่มนักศึกษาจบ

ใหม่ไปสมัครงานในบริษัทแห่งหนึ่

ด้วยความที่ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรงเท่าไหร่

เขาจึงมีปัญหากับการกรอกใบสมัครที่มีข้อความบางส่วนเป็นภาษาอังกฤษ

เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลเดินมาเจอ ตอนที่เขากำลังกรอกข้อความ

"อาทิตย์ละ2-3ครั้ง"

ลงในช่อง "SEX"พอดี

"ไม่ใช่อย่างง้าน..." เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหัวเราะก๊า

"เอาแค่ว่าชายหรือหญิงก็พอ"

ไอ้หนุ่มยิ้มเขินๆก่อนขีดฆ่าข้อความเดิม แล้วเขียนลงไปใหม่ว่า

"ไม่เกี่ยง"

...................................


วันศุกร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2552

หนู...ไม่ต้องรีบ

บนเครื่องการบินไทย

หลังจากที่กัปตันพูดแสดงความขอบคุณผู้โดยสารเรียบร้อยแล้ว

ปรากฎว่ากัปตันลืมปิดไมค์

แล้วก็เผลอคุยกับเพื่อนร่วมงานว่า

เดี๋ยวจะไปอึ๊บแอร์สักหน่อย แต่จะไปขี้ก่อน


แอร์สาวคนหนึ่งได้ยิน ก็รีบวิ่งจะไปปิดไมค์

แต่เผอิญสะดุดหกล้มเสียก่อน

คุณป้าที่นั่งอยู่ใกล้ๆ จึงพูดขึ้นว่า...

หนูไม่ต้องรีบหรอก กัปตันเค้าบอกว่าจะไปขี้ก่อน


......................



วันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2552

เธอเท่านั้น

เขากุมมือเธอไว้ ...แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเต็มตื้น
“คุณอยู่ข้างกายผมเสมอเลย
ตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัย
ผมสอบตกแล้วตกอีก
ก็มีคุณอยู่เคียงข้างให้กำลังใจผมสู้ใหม่”

เธอบีบมือเขาแน่นขึ้น ขณะเขาพูดต่อ
“เมื่อผมตระเวนสมัครงานตามบริษัทใหญ่ๆ
แล้วก็ไม่เคยถูกเรียกตัว
ก็ยังมีคุณอยู่ข้างกาย
คอยตัดโฆษณาสมัครงานให้ผม...”

เขาพูดต่อ "กระทั่งผมเริ่มงานในบริษัทเล็กๆ
จนได้รับผิดชอบงานใหญ่ชิ้นนึง
แต่ที่สุด ผมทำมันพัง เพราะความเลินเล่อ
คุณก็ยังอยู่เคียงคู่ผมตรงนั้น

แม้เมื่อผมได้งานใหม่หลังจากโดนไล่ออกมาพักใหญ่ๆ
แต่ผมก็ไม่เคยได้เลื่อนตำแหน่ง
ความขยันผมไม่เคยมีใครเห็น
ผมอยู่ในตำแหน่งเดิมตั้งแต่วันเริ่มงานจนถึงวันนี้
ก็ยังมีคุณเคียงข้างผมตลอดมา”

น้ำตาเธอเอ่อเต็มนัยน์ตา ฟังสามีเธอพูดต่อ
“แล้วตอนนี้ผมประสบอุบัติเหตุ
ตื่นฟื้นขึ้นมา ก็มีคุณอยู่เคียงข้างผมตรงนี้....

ที่รัก...ผมมีบางอย่างที่อยากจะบอกคุณเหลือเกิน”
เธอโถมตัวลงบนเตียงกอดเขาไว้
สะอื้นฮักด้วยความตื้นตัน แล้วเขาก็พูด....
“ผมคิดดูแล้ว...คุณมันตัวซวยจริงๆ”


วันพุธที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2552

ปีนเสาธง

ซินดี้ไปโรงเรียนวันแรก

เด็กชายคนหนึ่งบอกจะให้เงินเธอ 5 เหรียญ

ถ้าเธอปีนเสาธงให้เขาดู ซินดี้ตกลง

ซินดี้กลับไปเล่าให้แม่ฟัง

"อย่าไปทำอีกนะซินดี้ เจ้าเด็กนั่นมันหลอกดูกางเกงใน" แม่บอก

วันรุ่งขึ้น เด็กชายมาบอกให้ซินดี้ปีนเสาธงอีกโดยเพิ่มเงินให้เป็น 10 เหรียญ

ซินดี้ตกลง ซินดี้กลับไปเล่าให้แม่ฟัง

"บอกแล้วไงว่าเจ้าเด็กนั่นมันหลอกดูกางเกงใน วันหลังอย่าทำอีกนะ"แม่ดุ

ซินดี้รู้สึกตัวว่าโดนหลอกอีกแล้ว วันต่อมาเมื่อซินดี้ไปโรงเรียน

เด็กชายคนเดิมพยายามชวนให้ซินดี้ปีนเสาธง

แต่ซินดี้ไม่ยอมเพราะเธอจำคำสอนของแม่ขึ้นใจ

แต่ในที่สุดซินดี้ก็ยอมเพราะเด็กชายให้เงินถึง 50 เหรียญ แม่เริ่มโกรธ

"แม่บอกแล้วไง ว่าเจ้านั่นมันหลอกดูกางเกงใน"

ซินดี้ยิ้มกริ่ม

"หนูรู้ทันแล้วค่ะ หนูเลยถอดกางเกงในออกก่อนปีนเสาธงแล้ว"


Tags: ,

10 เรื่องตลกฮิตสุดๆ

ผู้ติดตาม

เว็บ/บล็อกเพื่อนบ้าน

เรื่องตลก รวมเรื่องตลก เรื่องขำขัน ขำขำ โจ๊กฮาๆ
แลกลิ้งค์ ติดต่อ jootgroup[@]gmail.com

  ©เรื่องตลก รวมเรื่องตลก เรื่องขำขัน ขำขำ โจ๊กฮาๆ. Template by Dicas Blogger.

TOPO